บรมพรหมสหัมบดี (ครูสูงสุด)
สุดยอดบรมครูผู้ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในฝ่ายพรหมของพระพุทธศาสนา เจ้าแห่งพรหมโลกผู้อาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ ด้วยพระเมตตาของพระองค์ บรมครูผู้เป็นใหญ่เป็นผู้นำแห่งหมู่พรหมสุทธาวาส พรหมผู้ได้ชื่อว่ามีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด เป็นใหญ่สูงสุดเปรียบดั่งกษัตริย์เหนือกษัตริย์ เทพเจ้ายิ่งเทพเจ้าในหมู่พรหม ผู้ได้รับการกราบไหว้บูชาทุกภพภูมิ และเมตตารักใคร่สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากมากที่สุด ก็คือ ท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นบรมครูใหญ่ของพ่ออาจารย์พลนั่นเอง เนื่องจากมีศิษย์ที่เดือดร้อน ต้องการบูชาครูทั้ง4ของท่านให้ครบจึงขอเมตตาท่านให้สร้าง ซึ่งท่านก็เมตตาใจหาย ท่านขออนุญาติเพื่อจัดสร้างให้เป็นการณ์เฉพาะ แต่อย่าได้ชะล่าใจไปว่าจะมีให้เช่ามีให้บูชาเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น ท่านพูดระหว่างแกะว่า ครูสหัมบดีนี้ เราจะเเกะเท่าที่ไม้ช่อฟ้ามี(ไม้ช่อฟ้าท่อนเล็กที่สุดและท่านก็เอาไปแกะอย่างอื่นไปเยอะเเล้วด้วย) ถ้าไม้ส่วนนี้หมดก็คือจบ เราจะไม่ทำพรหมสหัมบดีอีก บรมพรหมสหัมบดีนั้น มีความผูกพันธ์กับพ่ออาจารย์มากดั่งที่กล่าวแล้วในตอนต้นเป็นที่รู้กันในหมู่ศิษย์ว่าอาจารย์พ่อท่านมีสื่อพิเศษกับพระพรหมที่ชื่อสหัมบดีเเละพระพรหมองค์นี้เเหละที่ท่านรับสัตย์เลิกเหล้าเลิกบุหรี่กลับตัวทุกสิ่งทุกอย่างด้วย เเละดูเหมือนพ่ออาจารย์จะเกรงและกลัวพระพรหมองค์นี้มากๆ เพราะทุกเรื่องที่รับปากพระพรหมสหัมบดีไว้อาจารย์ไม่เคยผิดสัจจะเลย ท่านว่าเวลาเสกของหากตัวพ่ออาจารย์ไม่มีเวลาเสกก็ให้เอาขึ้นไปไว้กับท่าน ท่านจะเสกให้ก็ปรากฏเป็นเรื่องจริง ในสมัยเเรกที่อาจารย์มีสื่อกับพระพรหมสหัมบดีนั้นท่านได้ให้จัดหารูปองค์ท่านมาทำพิธีให้เป็นพรหมประจำตัวของอาจารย์ อาจารย์พ่อก็ไปซื้อรูปหล่อพระพรหมองค์เล็กๆหน้าตัด4นิ้วได้ที่เสาชิงช้าเล็กเเละเบามากเเล้วก็ทำที่ประดิษฐานวางบูชาซึ่งท่านใช้ไม้เเละเหล็ก ท่านทำของท่านเอง เมื่อวางไว้เรียบร้อยพออาจารย์พ่อทำพิธี เเดดจ้าๆกลับมืดฟ้ามัวดินเรื่องนี้เราเห็นกับตาเเละเเท่นใหญ่ๆที่วางรับองค์พรหมสหัมบดีองค์เล็กๆนั้นพออาจารย์ปักธูปก็ดังเอี๊ยดอ๊าดต่อหน้าต่อตาทุกคนเหมือนมีคนตัวใหญ่ๆลงมานั่งประทับลงไปอย่างไรอย่างนั้น นี่ก็เป็นอีกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์พ่อเคารพมากและมักจะขอคำเเนะนำท่านประจำเเละยังเป็นครูที่ลูกศิษย์เคารพด้วย บรมครูสูงสุดนี้ดีอย่างไร ท่านบอกว่ามีดีทุกด้าน ขอได้ทุกอย่าง ท่านว่าเธอเชื่อมั๊ย คนเราเกิดมาไม่พ้นกรรม ไม่มีวัตถุมงคลใดช่วยเรื่องกรรมได้ เเต่พระพรหมองค์นี้ไม่ใช่แบบนั้น อิทธิคุณท่านพลิกฟ้าพลิกดินเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ใครที่มีกรรมหนักตามสนอง ถ้าครูท่านเมตตาก็จะช่วยให้เบาบางได้มีโอกาสทำคุณงามความดีชดเชยบาปกรรมทั้งหลาย เรียกได้ว่าผ่อนหนักเป็นเบา จากเรื่องร้ายๆก็จะค่อยๆจางหายไป ถ้ายังมีบุญเเละความดีอยู่ท่านก็จะช่วยให้ได้รับอานิสงค์ของผลบุญนั้นไวขึ้น นี่พระพรหมสหัมบดี ดีอย่างนี้ ไม่ต้องไปพรหมเปิดโลกหรืออะไรที่ไหน พระพรหมสหัมบดีนี้มีอายุยาวนานขนาดไหน เอาง่ายๆ ถ้านับแค่ภัทรกัปป์นี้ท่านอยู่มาก่อนเกิดพระกกุสันโธ พระพุทธเจ้าพระองค์เเรกก็เเล้วกัน มาดูประวัติเล็กๆของท่านกัน พ่ออาจารย์เล่าความเป็นมาของท้าวสหัมบดีพรหมคร่าวๆดังนี้ ท่านสถิตย์อยู่ในอกนิฏฐาสุทธาวาสมหาพรหม พูดง่ายคือชั้นสูงสุด เป็นภพภูมิแห่งพรหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชั้นปัญจสุทธาวาสและทั้งหมดของรูปาวจรภูมิ แม้แต่พระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราชแห่งดาวดึงษ์ ก็ยังตั้งความปรารถนาขอมาเกิดเป็นพรหมชั้นนี้ เหล่าอกนิฏฐามหาพรหม เป็นพรหมชั้นผู้ใหญ่ที่อุบัติมาจากพระอริยบุคคลระดับอนาคามี ที่มีอินทรีย์ คือสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาแก่กล้าบริบูรณ์ทุกส่วน แต่มีปัญญาโดดเด่นที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มพระอนาคามีระดับสูงสุดมีชื่อเรียกเฉพาะว่าอุปหัจจปรินิพพายีหมายถึง ผู้จวนจะถึงปรินิพพานกับอันตราปรินิพพายี คือผู้ปรินิพพานในระหว่าง หมายถึงไม่อยู่เป็นมหาพรหมจนครบอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้น มหาพรหมอกนิฏฐาสุทธาวาสนี่แหละที่มักลงมาถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้มนุษย์โลก เพื่อจะได้ปรับตัวให้เผชิญปัญหาเหตุการณ์ซับซ้อนต่างๆได้ ในติสสสูตร ข้อ53 หมวดสัตตกนิบาต อังคุตรนิกายแห่งพระไตรปิฏก สมเด็จพระบรมศาสดาได้ยืนยันเอาไว้เองว่า พรหมเหล่านี้แหละที่มักรอบรู้ถึงการบรรลุธรรมขั้นต่างๆของมนุษย์ ที่มนุษย์เองยากนักจะรับรู้ได้ ท้าวสหัมบดีพรหมนั้น เป็นประธานใหญ่แห่งพรหมทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาล ทำหน้าที่อาราธนาพระพุทธเจ้าออกเเสดงธรรมเป็นครั้งแรก และติดตามแสดงข้อคิดเห็นทูลถวายพระพุทธเจ้าหลายครั้ง พรหมผู้ลงมาดูดอกบัวแห่งจักรวาลเพื่อจะได้รู้กำหนดปริมาณอุบัติการณ์แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนลงมาถ่ายทอดวิชาดูลักษณะมหาบุรุษไว้ในโลกมนุษย์เพื่อเตรียมการล่วงหน้า ก็คือท้าวสหัมบดีพรหมนั่นเอง และก่อนที่โลกกับจักรวาลทั้งแสนโกฏิจะถึงกาลอวสานด้วยไฟประลัยกัลป์ ท้าวสหัมบดีก็จะร่วมกับพรหมปัญจสุทธาวาสลงมาบอกข่าวและถ่ายทอดวิทยาการให้กับชาวโลกเป็นระยะๆ พร้อมกับเทวดาในฉกามาพจรสวรรค์ก็จะประสานบอกข่าวร้ายล่วงหน้าระยะเวลาหนึ่งแสนปี ชาวพุทธเรียกว่า กัลปโกลาหล รู้จักท่านผู้เป็นบรมครูแห่งพ่ออาจารย์พลกันคร่าวๆแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ศิษย์ทุกคนจะต้องรู้ พ่ออาจารย์ท่านจะเล่าหรือให้อ่านประวัติมหาพรหมองค์นี้ ท่านว่าท้าวสหัมบดีพรหมท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่านคือพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด เป็นพรหมของชาวพุทธเราโดยแท้ ไม่ใช่พรหมที่จะลิขิตชะตามนุษย์แบบพราหมณ์ หากถามว่าต่างจากตะกรุดสหัมบดีพรหมส่องโลกอย่างไร ต้องตอบว่าต่างมาก เพราะใช้ไม้ช่อฟ้าเก่ามาสร้าง ซึ่งไม้นี้สมัยก่อนก็ได้รับการอธิษฐานจิตจากสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)แล้ว และที่ต่างกว่านั้นคือการออกแบบ พ่ออาจารย์กำหนดของที่จะถือในมือท้าวสหัมบดีพรหมเอง ซึ่งก็คือ 1. พระเเสงขรรค์ เป็นสัญลักษณ์อาญาสิทธิ์ไว้ปราบศัตรูหมู่มารอุปสรรคปัญหาทั้งหลายที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้บูชา 2. พระคัมภีร์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของปัญญา ความรอบรู้และความทรงจำ ซึ่งจะเป็นแสงสว่างชี้วัดความผิดชอบชั่วดี 3. แว่นแก้วสุรกานต์ เป็นสัญลักษณ์สือความหมายถึงการสอดส่องดูแล ความเป็นห่วงเป็นใยของศิษย์และอาจารย์ที่ต้องคอยสอดส่องดูแลปกป้องกัน 4. ดวงแก้วมณีโชติ ซึ่งพ่ออาจารย์ได้นำเพชรรัสเซียซึ่งท่านเสกคาถาจินดามณีทุกบทไว้นานนับ10ปีมาติดแทนดวงแก้ว ท่านว่าคาถาจินดามณีนี้ดั่งแก้วสารพัดนึกที่เรารู้เราเห็น เราใช้กันในปัจจุบันนั้นก็เเค่ไม่กี่บท แต่จินดามณีตัวเต็มมีมากมาย เดิมทีเป็นคาถาของพระพรหม มอบให้พระอินทร์ พระอินทร์มอบให้นางพันธุรัตน์สืบมาถึงพระสังข์ ก็ในเมื่อเดิมเป็นคาถาของพระพรหม ถ้าคนใช้คือองค์ต้นจะยิ่งทวีความศักดิ์สิทธิ์รุนแรงขึ้นเเค่ไหนก็คิดเอาเอง นอกจากนี้ ด้านล่างยังอุดด้วยตะกรุดในสายวิชาพรหมล้วนๆ5ดอก เเละด้านบนยังบรรจุผงโสฬสมหาพรหม ผงที่พ่อท่านลี วัดอโศการามจับ ถึงขนาดออกปากว่าเเรง ผงที่เป็นตำนานสร้างพระมาเเล้วไม่รู้กี่ร้อยวัด ลูกศิษย์ยศนายพลได้นำมามอบให้เพื่อให้ท่านสร้างพระพรหมโดยเฉพาะ ผงนี้ท่านเทใส่เเบบเพียวๆล้วนๆก่อนจะปิดด้วยแผ่นโค้ด ด้านหลังปิดเเผ่นตะกั่วลงจารโองการพรหมตามตำรับหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัวและตอกโค้ดอีกครั้ง คาถาบูชา ท่านว่าคาถาบทนี้คือหญ้าปากคอก เห็นง่ายเอาง่ายแต่ใช้กันไม่เป็นซักคน คาถานี้เเม้เเต่หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัวยังใช้ และครูบาอาจารย์สมัยก่อนยุคโบราณท่านก็ใช้ก็ถือมาตลอด ให้ตั้งนะโม 3 จบ ว่าคาถา โองการพินธุนาถังอุปปันนัง พรหมาสะหะปตินามะ อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปทุมังทิสวา นะโมพุทธายะวันทะนัง สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ตถาคโต สิทธิเตโช ชโยนิจจัง สิทธิลาโภนิรันตรัง สัพพะกัมมังประสิทธิเม สัพพะสิทธิภวันตุเม ขอขอบคุณ ข้อเขียน คุณ คุรุปาละ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ