ศิลาบาดาล หรือ แก้วมณีโชติ กายสิทธิ์ชิ้นนี้ เทพนาคี หรือ เทพนาคาท่านได้ประทานไว้ให้เหล่าพญานาคทั้งหลายเพื่อใช้ในการฝึกสมาธิและ เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกสมาธิใหม่จะช่วยในการรวบรวมสมาธิให้เร็วขึ้นและเกิดความร่มเย็น ดึงดูดโชคลาภ แก่ผู้ที่บูชา ด้วยความศรัทธา บางคนก็เรียกว่าไข่ไดโนเสาร์ บางกลุ่มก็เรียกว่าจาวตาล บางท่านก็เรียกว่าหมากไม้มณีโครต บางคน ซึ่งเป็นการดูจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่เมื่อดูโดยใช้จิตทีมีแต่ความว่างที่ไม่มีการชี้นำไปในทางใดทางหนึ่งจะสัมผัสได้ถึงพลังที่มีความหนักหน่วงเหมือนประจุไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่กายเราซึ่งกระแสจะเย็นมาก จากนั้นจะเกิดนิมิตเห็นเป็นภาพว่าท่านเคยอยู่ในสถานที่ที่เคยมีน้ำอยู่และกายทิพย์ที่ท่านสถิตย์อยู่ภายในนั้นเป็นกึ่งเทพกึ่งพญานาค จึงได้เรียนถามอาจารย์ว่าที่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ใช่หรือไม่ อาจารย์ได้กล่าวว่าใช่แล้วถูกต้องแล้ว กายทิพย์ที่สถิตอยู่ที่เห็นนั้นท่านคือ เทพนาคา หรือเทพนาคี ซึ่งเป็นกึ่งเทพกึ่งนาค และเป็นเทพที่ชาวนาคราชให้การนับถือ โดยที่มีครึ่งบนเป็นเทพแต่มีปีกครึ่งล่างเป็นนาค และท่านเป็นผู้ที่ให้กำเนิด อักษรเทวะนาคี นั้นเอง ซึ่งกายสิทธิ์ชิ้นนี้เรียกว่า "ศิลาบาดาล" หรือ"แก้วมณีโชติ" ซึ่งท่านได้ประทานไว้ให้เหล่าพญานาคทั้งหลายเพื่อใช้ในการฝึกสมาธิและ เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกสมาธิใหม่จะช่วยในการรวบรวมสมาธิให้เร็วขึ้นและเกิดความร่มเย็นแก่ผู้ที่บูชา ด้วยความศรัทธา บางท่านเรียกว่าหินเต่าเป็นลักษณะหินโบราณ หินเก่าแก่มาก มีลักษณะเด่นคือมีลักษณะลวดลายคล้ายกระดองเต่า และมีส่วนที่ยื่นออกมา ดังหัว ขา และหาง บ้างมี 1 2 3หรือ 4 บ้างยิ่งคล้ายเต่า ทำให้เป็นของที่หายากมาก ถ้าพูดถึงเรื่องของประโยชน์ กล่าวว่าเป็นหินที่ นำพาความอุดมสมบูรณ์มาให้ ส่วนที่ยื่นออกมาเปรียบแล้วจะเป็นหัวที่ดึงดูดความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และอาจจะมีการขยายหรืองอกเพิ่มได้ด้วย จะนำความรุ่งเรือง โชคลาภแก่ผู้ครอบครอง ควรเก็บไว้บนหิ้ง อาจไว้เป็นคู่ซ้ายขวา ก็ยิ่งดี คนลาวจะมีความเชื่อว่าหินชนิดนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ นำโชคลาภมาให้