พญาอนันตนาคราช(นาคเศษะ) เคล็ดวิชาพระลักษมันรูปทอง ความหมายเเห่งมหาสัญลักษณ์ วิชาพระลักษณ์หน้าทองเฉยๆเราไม่ทำ เเต่ถ้าเป็นพญาอนันตนาคราชก็อีกเรื่องหนึ่ง คำพูดนี้กินใจผมอย่างมาก พ่ออาจารย์พลถามผมหลายครั้งว่า รู้มั๊ยพระลักษมันนั้นคือใครเเล้วทำไมพระลักษมันถึงมีพระวรกายเป็นสีทองคำธรรมชาติ ท่านเล่าว่าจริงๆเเล้วพระลักษมันของฮินดูนั้น ก็คือคติการมาเกิดของพญาอนันตนาคราชมหาราชาเจ้าเเห่งนาคราชทั้งปวงของพิภพบาดาลนั่นเอง พญาอนันตนาคราชนั้นยิ่งใหญ่นัก เป็นพญานาคที่ไม่กลัวพญาครุฑชั้นสูงเช่นพญาสุเรนทร์เเละยังมีฤทธิ์เสมอไม่สามารถเปรียบกันได้ด้วย ที่พระลักษมันมีพระวรกายสีทองก็เพราะว่าเกิดมาจากพญาอนันตนาคราช(เศษะนาค)ที่มีร่างดั่งทองคำเกล็ดเป็นทองคำนั่นเอง ทีนี้เธอมาพิจารณาต่อ ความเชื่อไทยเรานั้นพญาอนันตนาคราช คือมหาพญานาคเจ้าเเห่งมวลนาคทั้งปวงล้วนเป็นลูกหลานสืบเชื้อสายเชื้อวงศ์มาจากท่านเเต่คติพราหมณ์ฮินดูเเท้ๆนั้น พญาอนันตนาคราชที่ยิ่งใหญ่ถึงปานนี้ก็เพราะเป็นมหาอวตารภาคหนึ่งของพระนารายณ์นั่นเอง ฟังไม่ผิดพญาอนันตนาคราชที่มีฤทธิ์เลิศล้ำนั้น เป็นอวตารของพระเป็นเจ้า อาจจะฟังดูตลกๆที่พระเป็นเจ้าจะอวตารเพื่อมาเป็นที่นอนของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะปกติพระนารายณ์นั้นย่อมบรรทมหลับเป็นเนืองนิจ การที่จะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่มีอำนาจปรากฏขึ้นมารองรับพระวรกายของพระองค์ได้นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมาก การหลับของพระนารายณ์นั้นเเต่ละครั้งกินเวลานับกัปป์นับกัลป์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอะไรจะดีไปกว่าก็ตัวเองนั่นเเหละอวตารลงไปเกิดเป็นซะเอง พญาอนันตนาคราชนั้นใช่ว่าจะลงมาเกิดเป็นพระลักษมันเท่านั้น เมื่อพระนารายณ์ลงไปเกิดเป็นพระกฤษณะ พญาอนันตเศษะนาคราชนี้ก็ไปเกิดเป็นพระพลรามพี่ชายของพระกฤษณะด้วย พญาอนันตเศษะในปางพระพลรามนั้นว่ากันว่ามีอำนาจมากถึงขนาดสามารถล้างโลกได้เลยทีเดียว วรรณคดีนั้นได้เเฝงความหมายเป็นนัยยะเอาไว้ เเต่คนอ่านไม่เข้าใจเองนั่นเเหละ ตามคติฮินดูตอนพระรามจะยกศรเมื่อพระนางสีดาเลือกคู่ กษัตริย์ทั้งหมดเเม้เเต่ทศกัณฐ์ก็ไม่สามารถยกได้ ก่อนพระรามจะยก พระลักษมันได้เสด็จมาลองยกก่อน ปรากฏว่าเเค่จับคันธนูลองกำลังดูก็รู้เเล้วว่าพระองค์เองนั้นสามารถยกขึ้น พระนางสีดาคือพระลักษมีอวตาร ถ้าไม่ใช่สายอวตารของพระนารายณ์เเล้วจะยกขึ้นได้อย่างไรเธอลองใช้ปัญญาซักนิดก็จะเข้าใจ หากเเต่ให้เกียรติพี่ว่าน้องจะไม่เเต่งก่อนพี่เเละพระนางสีดานั้นก็มีใจให้พระรามพระลักษมันจึงถอยออกไปเเกล้งทำเป็นยกไม่ขึ้น การทำวิชาพระลักษมันนั้นถ้าทำเพียงเเค่พระลักษณ์หน้าทอง ผลที่ได้ก็จะจำกัดอยู่ เราเคยสนทนากับหลวงปู่อั้น วัดโรงโค ท่านบอกว่าพระลักษณ์นี่เป็นเทพชั้นต่ำกว่าเทพรัญจวนของท่าน หลวงปู่คงหมายถึงเทพที่เป็นครูบาอาจารย์ผู้คิดค้นดัดเเปลงสูตรวิชาเหล่านี้ไม่ใช่เทพต้นสายโดยเเท้ ถ้าสร้างพระลักษณ์หน้าทองธรรมดาก็จะได้ผลเพียงเเค่นั้นไม่สามารถก้าวล่วงไปถึงความยิ่งใหญ่ของพญาอนันตเศษะนาคราชได้ มาทำความรู้จักพญาอนันตนาคราชซักนิด ราชาแห่งนาคทั้งมวลในตำนานของฮินดู อนันตเศษ (อะ-นัน-ตะ-เส-สะ) หรือ อนันตนาคราช มีขนาดตัวเป็นอนันต์สมชื่อ เพราะเป็นผู้นอนอยู่ในเกษียรสมุทรและให้พระนารายณ์นอนบนหลัง บางตำนานเล่าว่าดาวนพเคราะห์ทั้งปวงนั้นก็ตั้งอยู่บนพังพานของอนันตนาคราช ส่วนหัวซึ่งมีตั้งแต่ปางห้าหัวถึงหนึ่งพันหัว ไม่พ่นพิษเหมือนนาคอื่นๆแต่จะพ่นเป็นเป็นเปลวไฟ และอนันตนาคราชก็จะร้องเพลงสรรเสิญบารมีของพระนารายณ์เป็นนิจ ในตำนานเล่าว่าตอนที่เหล่านาคเล่นโกง ที่แม่ไปพนันกับนางวินตาซึ่งเป็นแม่ของพญาครุฑ (ทั้งคู่พนันสีม้าของพระอาทิตย์ เหล่านาคนั้นพ่นพิษใส่จนหางของม้าพระอาทิตย์เป็นสีดำ บ้างก็ว่าเหล่านาคตัวเล็กๆได้เลื้อยเข้าไปแทรกในขนสีขาวจนดูสีดำเป็นหย่อม) อนันตเศษนั้นรังเกียจบรรดาน้องๆเลยหนีไปจำศีลอยู่ตัวเดียว เวลาผ่านไปพระพรหมก็มาเจอเข้า เมื่อทราบว่าอนันตเศษไม่ชอบใจที่น้องโกงพนันเลยให้ไปนอนในเกษียรสมุทรเป็นเตียงให้พระนารายณ์ คำสาปที่ทำให้ครุฑจับนาคกินได้จึงไม่รวมถึงอนันตเศษด้วย ตำนานที่ดุเดือดของอนัตเศษนาคราชที่สุดนั้นกล่าวว่าครั้งหนึ่งอนันตเศษเคยโผล่หัวขึ้นไปบนสวรรค์ (ไม่ใช่มุข เพราะตัวยาวจนไม่ต้องขึ้นไปทั้งตัวเเค่ชะโงกหัวก็ไปถึงสวรรค์เเล้ว) และพูดกับเหล่าเทวดาว่า ในสามโลกนี้มีแต่ตรีมูรติ(ศิวะ นารายณ์ พรหมา)เท่านั้นที่มีอำนาจเหนือตน หากใครไม่เชื่อแล้วก็จงมาประลองกำลังกันเถิด เหล่าเทวดากลัวหัวหด เเม้เเต่พระอินทร์ยังขยาดไม่กล้าสู้หน้าหรือรับคำท้าพญาอนันตนาคราชได้ มีแต่พระพายที่กล้าพอเพราะมีทิฏฐิมานะคิดว่าอย่างไรนาคตัวนี้ก็เป็นแค่ดิรัจฉาน(ดูถูกท่าน) การจะมาท้าตีท้าต่อยกับเทวดาจึงนับว่าโอหังนัก คงลืมนึกถึงกำเนิดที่เเท้จริงของท่านไป เเม้เเต่พระอินทร์ซึ่งเป็นเทพที่จัดเป็นหัวหน้าพระพายยังไม่อยากจะต่อกรด้วย พระพายรับคำท้า ว่าแล้วพญาอนันตนาคราชก็เอาตัวเองพันรอบภูเขาลูกหนึ่งไว้ บอกว่าให้พระพายลองทำลายภูเขานี้ดู พระพายนั้นใช้กำลังสร้างพายุรุนแรงหมายจะพัดทำลายภูเขานั้นให้ยับเยิน แต่อนันตเศษก็ขยายตัวเองให้ใหญ่ขึ้นแล้วแผ่พังพานป้องไว้ได้ทุกครั้ง สุดท้ายพระพายจึงทุ่มกำลังทั้งหมดเข้าโจมตีโดยดึงเอาลมในมหาอนันตจักรวาลทั้งหมดมาใช้ก็ยังไม่สามารถพัดทำลายภูเขาได้ เทพเเห่งลมเริ่มหมดหนทาง ทางสุดท้ายคือดึงเอาลมทั้งหมดหนักยิ่งกว่าเก่าเเม้เเต่ในตัวสัตว์โลกและสิ่งมีชีวิตตลอดจนในโลกเเละพิภพต่างทั้งมวลมาใช้ด้วยรวมไปถึงตนเอง แต่ก็ถูกพญาอนันตเศษกลืนเข้าไปทั้งตัวพูดง่ายๆคือไม่มีพระพายอยู่ในโลก ทีนี้เมื่อไม่มีพระพายแล้ว สัตว์โลกทั้งหลายก็หายใจไม่ออก ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องมาบอกเตียงหลังโปรดให้คายพระพายออกมา อนัตนาคราชก็ทำตาม ปรากฏว่าตอนที่อนันตนาคราชคายพระพายมานั้นก็บังเกิดเป็นลมรุนแรงพัดไปโดนภูเขาที่พันไว้จนราบเป็นหน้ากลองจะไม่ให้ราบได้อย่างไรนั่นคือลมทั้งหมดที่จะพึงมีในอนันตจักรวาลทีเดียวและพระองค์ก็ไว้หน้าพระพายอยู่บ้างจึงตัดสินให้เสมอกัน พ่ออาจารย์พลท่านใช้วิชาพระลักษณ์ทำพญาอนันนาคราช ท่านไม่ลืมสูตรเเต่โบราณ โดยที่ท่านได้ผสมผงชนิดองค์ต่อองค์ลงไปเป็นผงพระลักษณ์เศียรเก่าของกรมศิลป์ที่ผ่านการใช้งานมามากเเล้ว เมื่อท่านได้รับมาท่านก็จัดเเจงทำ โดยท่านย่องไปขูดผงทองที่ปิดหน้าพระลักษณ์เเละนำมาสะสมไว้ ท่านว่าเพียงวิชาพระลักษณ์หน้าทองนั้นยังธรรมดาไป เมื่อเราจะทำให้หนักเเน่นเป็นเสน่หาขั้นสูงเป็นรูปเปรียบของพญาอนันตเศษะนาคราชทั้งทีก็ต้องมีศักดิ์ศรีกว่านั้น หลายที่ใช้หนังกลองทำ เเต่พ่ออาจารย์พลใช้ไม้ช่อฟ้าสมัยสมเด็จโตทำ ท่านบอกว่าไม้นี้ก็มีดีนะเพราะเป็นถึงไม้สักทอง มีคำว่าทองอยู่ในชื่อคำว่าสักก็เหมือนยศศักดิ์ที่สูงส่ง พญาอนันตเศษะนาคราชนี้ ท่านฝังตะกรุดไว้สามอย่าง - ดอกแรกคือ นะอกแตก - ดอกที่สองคือ สาลิกาป้อนเหยื่อตำรับหลวงปู่ยิ้ม - ดอกที่สามคือนะฉัพพรรณรังษี ตำรับวัดประดู่โรงธรรม เฉพาะสามยันนี้ก็เป็นเสน่ห์เเบบสุดๆเเล้ว เเต่เหนือกว่านั้น ทั้งสามดอกนั้นท่านประทับหลังด้วยนะศิวลึงค์คลึงนาง เเปลเป็นไทยง่ายๆคือนะกะดอล่อห(เติมสระอีเอาเอง) ท่านบอกว่านะตัวนี้มีที่มายาวนาน นานนับพันปีทีเดียว เมื่อลัทธิไศวะนิกายเข้ามาในเขมรนั้น คนสมัยนั้นเรียกว่าคลั่งไคล้การบูชามากขนาดที่ว่า ก่อนที่ลูกสาวหรือเจ้าหญิงจะเเต่งงานจะอภิเษก จะต้องให้พราหมณ์เอาศิวลึงค์ดุ้นเขื่องเท่าต้นเเขนยัดเขาไปในอวัยวะเพศสตรี ถือว่าเหมือนกับการเปิดบริสุทธุ์ตนเองให้กับพระเป็นเจ้าเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์(ไม่ได้ถามเลยว่าพระศิวะท่านต้องการหรือเปล่า) เเละนะตัวนี้ก็ถูกสร้างเเละจำลองมาจากเหตุการณ์คราวนั้นนับพันๆปี ถือว่าเป็นวิชาอาถรรพ์ที่หาผู้เรียนเเละผู้สืบทอดยาก ปกติเราเองก็ไม่ได้ใช้ เพิ่งเอามาใช้กับการทำพญาอนันตนาคราชนี้ ท่านว่าอาถรรพ์เเห่งวิชานะตัวนี้ที่มาในอดีตมีสาวพรหมจรรย์ไม่รู้กี่ร้อยล้านกี่ยุคสมัยนับร้อยนับพันปีต้องสังเวยความบริสุทธิ์ให้กับความเชื่อนี้ เมื่อนำมาใช้จึงมีอาถรรพ์ให้ผู้ใช้มักจะได้เปิดพรหมจรรย์เสมอๆนั่นเอง ท่านว่าวิเศษเพศงูนั้นเจ้าชู้เเละมักมากในกามารมณ์เป็นที่สุด ก็ดูสิอนันตนาคราชเพียงพระองค์เดียวให้กำเนิดลูกหลานเเละเผ่าพันธุ์มากมายนับกี่ตระกูล นึกถึงกลอนบทหนึ่งสมัยเรียนทันที ที่ว่า ผิว่าพระครูเรา จะพูดเปล่าประโยชน์มี พ่ออาจารย์ท่านอธิบายมาขนาดนี้เราก็ต้องเชื่อท่านเเล้ว ท่านว่าโดยปกติให้ว่าคาถาสวดบูชาศรีษะนี้ดังนี้ โอมมหาลักษมันอนันตนาโค อภิรูปะสุวัณโณ วิษณุรูโป อหิอโห นะโม นะมะฮา เมื่อจะใช้เอาคุณวิชาให้ ภาวนาคาถาดังนี้ โอมพระเเรงเป็นแสงพระลักษณ์ พระจันทร์ถือจักร พระลักษณ์จับตา อิจงมาเข้าตาสวาโหม โอมพระเนตรมึงแลมาจักขุยันตาชิวหายันติ เมื่อจะใช้ให้ยกเศียรขึ้นในลักษณะเอามือป้องหน้าเเล้วเป่าลมออกไปให้มือที่ป้องบังหวนลมที่เป่านั้นเข้าหน้าเข้าตาเรา องค์นี้นอกจากตะกรุด3ดอกเเล้ว ยังฝังเหล็กไหลโยนีแท้ๆ
ขอขอบคุณข้อเขียน คุณ คุรุปาละ มา ณ ที่นี้ด้วย
พญาอนันตนาคราช(นาคเศษะ)