พระนารายณ์บรรทมเกษียรสมุทร (นารายณ์อนันตนาคราช)
พระวิษณุนารายณ์นี้ ในบรรดาตรีมูรติทั้งสาม ได้เเก่ พระศิวะสังกร พระวิษณุนารายณ์ และพระบรมบิดาพรหมเทพ ถือว่าพระองค์ได้รับการเคารพยกย่องสูงเสมอด้วยองค์พระศิวะทีเดียว มีนิกายสำหรับศาสนิกชนที่นับถือพระองค์เป็นพระเจ้าสูงสุดชื่อไวษณพนิกาย พระวิษณุนารายณ์นั้นมีความผูกพันธ์กับพวกเรามากนับร้อยนับพันปี เพราะคนไทยรับความเชื่อต่อจากเขมร เเละเขมรก็รับผ่านทางอินเดีย เป็นความเชื่อที่ว่ากษัตริย์หรือผู้นำประเทศเปรียบดั่งอวตารของพระเป็นเจ้าเพื่อมาเป็นผู้นำมวลมนุษย์ จะเห็นได้จากธงของพระเจ้าแผ่นดินจะมีตราครุฑอยู่ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์แทนความเชื่อนี้ว่าพระมหากษัตริย์มาจากพระวิษณุนั่นเอง พระวิษณุนารายณ์นั้น มาทำความเข้าใจถึงหน้าที่เเละความยิ่งใหญ่ของมหาเทพพระองค์นี้กันก่อน ว่ามีดีอย่างไรที่เเม้เเต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังชื่นชอบเป็นพิเศษ พระวิษณุนารายณ์นั้นเกิดจากปรพรหมหรือองค์อาตมัน(ดวงชีพนิรันดร์) ที่ได้เเบ่งรูปออกมาเพื่อทำหน้าที่ของผู้ธำรงค์รักษาจักรวาลอันไพศาล ภารกิจของพระองค์เหมือนพระเอกหนัง เหมือนวีรบุรุษออกมากอบกู้โลก หากจะถามว่ามหาเทพองค์ไหนบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินศฤงคารมากที่สุด ดูจากเครื่องเเต่งกายก็รู้ ก็หนีไม่พ้นพระองค์นี่เเหละ ยอดเเก้วเกาสตุภะ แก้วสยมันตกะก็ล้วนเเต่อยู่ในความครอบครองเป็นเครื่องประดับของพระองค์ ว่ากันว่าหากผู้บูชาพระนารายณ์ขอพรพระลักษมีซึ่งเป็นเทวีเเห่งโชคลาภเเละเป็นมเหสีเอกของท่านเเล้ว จะสำเร็จผลไวชะงัดนัก พระวิษณุนารายณ์นั้น พระองค์มีที่ประทับคือเกษียรสมุทรหรือทะเลน้ำนมซึ่งอยู่บริเวณกำเเพงเขาจักรวาล คำว่านารายณ์ที่เป็นชื่อของพระองค์นั้น เเปลว่าผู้กะดิกในน้ำ หมายถึงมีชีวิตอยู่ในน้ำ เพราะเหตุว่าพระเป็นเจ้าพระองค์นี้มักจะบรรทมหลับเสมอๆ จะตื่นขึ้นก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่พระองค์จะต้องเสด็จไปทำเช่นเดียวกับพระศิวะเเละพระพรหมที่ว่าพระเป็นเจ้า จะรู้เพียงหน้าที่ของพระองค์เท่านั้น พระวิษณุนารายณ์นี้พระองค์จะไม่โปรดประทานพรเเก่ใครโดยง่าย เช่นพระศิวะ หากบูชาพระองค์ชีวิตนี้จะสงบสุขราบรื่นในทุกเรื่อง เพราะว่าอำนาจของดาวบาปเคราะห์อย่างพระราหูพระเสาร์นี้ไม่กล้าเล่นงานผู้ที่ศรัทธาพระนารายณ์โดยเฉพาะ เรียกว่าเอาพระองค์มาข่มเพื่อทำให้ดวงชะตาเราดีขึ้นก็ได้ จะกล้าได้อย่างไร พระนารายณ์นี่เเหละที่ทรงจักรประหารพระราหุกายขาดส่วนพระเสาร์ก็เป็นสาวกของพระองค์อีกต่างหาก พระวิษณุนารายณ์นี้เปรียบเสมือนเจ้าของเเผ่นดิน พ่ออาจารย์อธิบายว่าพระนารายณ์สี่มือของท่านจะถือ ตรี คฑา จักร สังข์ เเต่ของอินเดียนี่พระนารายณ์ไม่เคยถือตรีเลยซักครั้ง ท่านจะถือก้อนดินกลมๆหรือไม่ก็ดอกบัวเเทนในมือข้างนี้ เพราะจิตรกรเขาจินตนาการไม่ออกที่ว่าพระองค์ทรงจักรคฑาธร ธรณีสังข์จร แบบนี้จะวาดอย่างไร ถือเเผ่นดินไว้ใครจะวาดได้ก็เลยเปลี่ยนมาถือก้อนดินลูกกลมๆเเทน คนไทยเราฉลาดเปลี่ยนจากก้อนดินมาเป็นตรีศูนย์ เพราะว่าอาศัยคำพ้องเสียงมาจากคำว่าธาตรีที่เเปลว่าเเผ่นดินนั่นเอง ก็เมื่อท่านเป็นเจ้าของเเผ่นดิน ก็เลยถือคติว่าพระเจ้าเเผ่นดินคืออวตารของท่านไปเลย หากใครเหยียบอยู่บนเเผ่นดินเเล้วต้องการความเจริญงอกงามก็ลืมบูชาพระวิษณุนารายณ์นี้ไม่ได้เด็ดขาด การบูชาพระนารายณ์นั้น ผู้บูชาจะต้องเป็นคนมีศีลธรรมพอสมควร เพราะหน้าที่ของพระองค์ท่านคือกำจัดเเละลงโทษผู้ประพฤติบาปโดยเฉพาะ เเละไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องอื่นๆ พ่ออาจารย์ให้เหตุผลว่า เทพองค์ไหนมีเมียสวยที่สุด ก็พระนารายณ์ เทพองค์ไหนร่ำรวยที่สุดก็พระนารายณ์ ดังนั้นทุกยุคทุกสมัยผู้ที่บูชาพระนารายณ์ได้จะมีเเต่เศรษฐีเเละผู้มีอันจะกินรวมไปถึงเจ้าฟ้าเจ้าเเผ่นดินเท่านั้นเป็นเเบบนี้มานานนับพันปี นี่เป็นอาถรรพ์ที่ไม่ค่อยบอกต่อกัน พวกเจ้าสัวที่ต้องการความมั่นคงทั้งหลายเเห่ไปหาท้าวเวสสุวรรณมาบูชา ถ้าเจออาถรรพ์พระนารายณ์กลบ มันก็ต่างกันอยู่ดี คนที่เขารู้จริงๆอยากร่ำรวยเเบบมั่นคงจริงๆเขาจะหาพระนารายณ์มาบูชาโดยเฉพาะ นอกจากจะรวย ยังได้ผู้หญิงตระกูลสูง และยังเจริญก้าวหน้าไม่หยุดอยู่กับที่ นี่คืออานิสงค์เฉพาะที่จะเกิดกับการบูชามหาเทพองค์นี้ พ่ออาจารย์พลสร้างพระนารายณ์อนันตนาคราชหรือนารายณ์เกษียรสมุทรขึ้น เพราะต้องการเร่งทรัพย์เร่งความร่ำรวยโดยตรงเป็นความร่ำรวยเเบบมั่นคงเเละมีชัยชนะเขาด้วย เพราะว่าท่านเเกะเป็นพระนารายณที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้น คือตื่นจากการนอนหลับ พร้อมจะลุกออกไปกำจัดศัตรูหมู่มารที่เข้ามารบกวนทำร้ายผู้ศรัทธา โดยพระนารายณ์นี้มีอนันตเศษะนาคราชผู้มีฤทธิ์มากมีพระวรกายสีทองคำขนดเป็นอาสน์ประทับเเผ่พังพานอยู่ด้วย เนื่องจากท่านต้องการให้ผู้บูชาได้รับการคุ้มครองดุจมีเกราะเเก้วคุ้มตัวอันตรายเเละภัยจากสารทิศใดก็ไม่สามารถเร้นลอดเข้ามาได้ อีกนัยน์หนึ่งจากความเชื่อที่ว่าทรัพย์สมบัติทั้งหลายย่อมอยู่ในมหาสมุทร เมื่อบูชาพระนารายณ์พร้อมอนันตนาคราชเเล้วไม่ต้องห่วงเลย ราชาเเห่งนาคพิภพที่เป็นบรรพบุรุษนาคเเต่ดึกดำบรรพ์พระองค์นี้ย่อมประทานเเก้วแหวนเงินทองประมาณมิได้เเก้ผู้ศรัทธาพระนารายณ์เช่นกัน พ่ออาจารย์พลบรรจงเเกะถือว่าสวยงาม ด้านหลังท่านฝังศิลาศาลิครามให้ ท่านว่าศาลิครามนี้คือของศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้จะบูชาพระวิษณุนารายณ์ต้องหาให้ได้ ถึงจะถือว่าใช้ได้จริง ศาลิครามนี้เกิดขึ้นเนื่องจากพระวิษณุนารายณ์สาบพระองค์เองลงมาบนโลกมนุษย์ เช่นเดียวกับศิวลึงค์ของพระศิวะเจ้า พระวิษณุก็มีศาลิครามนั่นเองเเต่ยังไม่เป็นที่เเพร่หลายมากนัก ศาลิครามนี้ท่านถือว่าเป็นของขวัญจากพระเป็นเจ้า เมื่อผู้ศรัทธาจะบูชาให้หาหินในลักษณะกลมๆเเต่ต้องมีลวดลายเวียนขวา ส่วนมากจะเป็นฟอสซิลหอย ผู้รู้เเละศรัทธาจะเอาฟอสซิลนี้มาบูชาเรียกว่าศาลิคราม เป็นตัวเเทนของพระนารายณ์ เป็นเครื่องหมายของสุทัสสะนะจักร จักรเเก้วที่ทรงฤทธิ์อำนาจขนาดตัดกายพระราหูขาดของวิษณุ เป็นเครื่องหมายของการหมุนวงล้อที่ไม่มีวันหยุด ถือว่าเป็นสัญลักษณ์เเทนพระองค์ของพระเป็นเจ้าพระองค์นี้ พ่ออาจารย์พลได้เฟ้นหาเหล็กไหลภูเขาควายที่เข้าลักษณะศาลิครามซึ่งถือเป็นของมหามงคลอย่างมากของพราหมณ์ไวษณพนิกายได้เพียง2ก้อนเท่านั้น ก้อนใหญ่กว่าหัวเเม่โป้งผมอีก เพื่อมาทำพระนารายณ์บรรทมเกษียรสมุทร (นารายณ์อนันตนาคราช) โดยเฉพาะ ท่านบอกว่าฝังศาลิครามเเล้วอย่างอื่นก็ไม่จำเป็นอีก เเต่ท่านก็ทำตะกรุด13ดอกที่เป็นสื่อถึงพระเป็นเจ้าเเบบของพระศิวะฝังไปเหมือนกัน ท่านว่ามหาเทพทั้งสามนี้เเท้จริงคือรูปเดียวกันเเค่ต่างลักษณะต่างหน้าที่เท่านั้น บนหัวยังได้บรรจุผงยันต์จักรพรรดิ์ตราธิราชลบมือก่อนอุดปิดอีกด้วย ท่านว่าหาคนทำยาก เพราะเวลาเสกต้องเสกเชิญทั้งพระนารายณ์เเละอนันตนาคราช ต้องมีความผูกพันธุ์เเละรู้วิธีถึงจะทำได้เสกเเบบพระไม่ได้เลย เเละพระนารายณ์ปางนอนเอกเขนกเเบบนี้ที่เป็นวัตถุมงคลก็เห็นจะมีเเต่เราที่เพิ่งคิดทำคนเเรก เพราะว่าไม่มีปางไหนที่จะบริบูรณ์เเละสุขสบาย(กำลังเสวยสุข)เท่ากับปางนี้เเล้ว การบูชา พ่ออาจารย์พลให้ผู้รับพระนารายณ์บรรทมเกษียรสมุทร นี้เตรียมของบูชาดังนี้ คือ น้ำ1เเก้ว และใบตุนสี(กะเพราบ้านเรา1กำ) ท่านให้ใช้เพียงเท่านี้ กะเพราที่เอามาผัดไก่นั่นเเหละ พราหมณ์โบราณถือเป็นใบไม้ที่ใช้บูชาศาลิครามของพระวิษณุโดยเฉพาะ เมื่อไว้เสร็จวันหนึ่ง ให้เอาน้ำเเละใบกะเพราที่ลานั้นประพรมให้รอบบ้านรวมไปถึงคนในครอบครัวเเละตนเอง ทีหลังก็หมั่นถวายประจำพอใบกะเพราเริ่มเหี่ยวก็เปลี่ยน เเล้วน้ำนั้นก้สามารถนำมาประพรมกับใบกระเพราเเทนน้ำมนต์ได้เสมอ ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ของพระวิษณุนารายณ์ท่าน พระวิษณุนารายณ์นี้ขนาดเท่ากับพระศิวะขนาดเหมาะใส่พานเล็กๆบูชา
ขอขอบคุณข้อเขียน คุณคุรุปาละ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ