เมนูหลัก
 สมาชิก
หมวดหมู่สินค้า
พระปิดตา 1 พระเกจิอาจารย์ภาคเหนือ 10 พระเกจิอาจารย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20
    พระเกจิอาจารย์จังหวัดกาฬสินธุ์ 21     พระเกจิอาจารย์จังหวัดยโสธร 12     พระเกจิอาจารย์จังหวัดร้อยเอ็ด 56     พระเกจิอาจารย์จังหวัดเลย 5     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสกลนคร 31     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสุรินทร์ 64     พระเกจิอาจารย์จังหวัดศรีสะเกษ 83     พระเกจิอาจารย์จังหวัดหนองคาย 19     พระเกจิอาจารย์จังหวัดหนองบัวลำภู 4     พระเกจิอาจารย์จังหวัดอุดรธานี 21     พระเกจิอาจารย์จังหวัดอุบลราชธานี 51     พระเกจิอาจารย์จังหวัดขอนแก่น 62     พระเกจิอาจารย์จังหวัดอำนาจเจริญ 10     พระเกจิอาจารย์จังหวัดชัยภูมิ 46     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนครพนม 24     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนครราชสีมา 967     พระเกจิอาจารย์จังหวัดบุรีรัมย์ 46     พระเกจิอาจารย์จังหวัดมหาสารคาม 39     พระเกจิอาจารย์จังหวัดมุกดาหาร 8     พระเกจิอาจารย์จังหวัดบึงกาฬ 0
พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง 21
    พระเกจิอาจารย์จังหวัดกำแพงเพชร 24     พระเกจิอาจารย์จังหวัดพิษณุโลก 118     พระเกจิอาจารย์จังหวัดเพชรบูรณ์ 37     พระเกจิอาจารย์จังหวัดลพบุรี 162     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสมุทรปราการ 51     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสมุทรสงคราม 81     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสมุทรสาคร 77     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสิงห์บุรี 148     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสุโขทัย 31     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสุพรรณบุรี 215     พระเกจิอาจารย์จังหวัดชัยนาท 52     พระเกจิอาจารย์จังหวัดสระบุรี 112     พระเกจิอาจารย์จังหวัดอ่างทอง 82     พระเกจิอาจารย์จังหวัดอุทัยธานี 26     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนครนายก 83     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนครปฐม 134     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนครสวรรค์ 146     พระเกจิอาจารย์จังหวัดนนทบุรี 109     พระเกจิอาจารย์จังหวัดปทุมธานี 92     พระเกจิอาจารย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 287     พระเกจิอาจารย์จังหวัดพิจิตร 60
พระเกจิอาจารย์ไม่ทราบที่ 2 พระเกจิอาจารย์ภาคตะวันออก 7 พระเกจิอาจารย์ภาคใต้ 14 พระเกจิอาจารย์ภาคตะวันตก 3 พระเกจิอาจารย์กรุงเทพมหานคร 1 หลวงปู่ทวด 1 หลวงปู่ผาด อภินันโท 1 หลวงพ่อ คูณ ปริสุทโธ 1 หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม 1 หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร 1 ลป ดู่ วัดสะแก ลต ม้า วัดถ้ำเมืองนะ 1 เทพเจ้าแห่งพลังดูด ครูบาคำเป็ง 1 พระอาจารย์ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ 1 พระอาจารย์เก่ง วัดถ้ำพระ สุราษฏร์ธานี 1 พระบูชา 1 พระสีวลี พระอุปคุต พระบัวเข็ม 1 พระศิวะ พระพิฆเนศก์ ครุฑ 2 พระฤาษี พ่อแก่ 1 ท้าวเวสสุวรรณ 1 คต ทนสิทธิ์ เครื่องรางของขลัง 9 ตะกรุด 1 ปลัดขิก 1 กุมารทอง 2 ช้าง เครื่องรางจากช้าง 9 เครื่องรางมงคลฮวงจุ้ย 2 หินพระธาตุ ปรอท เหล็กไหล 3 คฑา พระขรรค์ มีดหมอ 1 องค์พ่อจุตคามรามเทพ 33
    องค์พ่อจตุคามรามเทพ องค์บูชา 3     รุ่นเศรษฐีทะเลใต้ 34     รุ่นจอมจักรพรรดิ์ มหาบารมี 5     รุ่นราชันย์ดำ 5     รุ่นเทพมงคล 9     รุ่นทรัพย์สิน พูนทวี 2     รุ่นทรัพย์ไหลมามหามงคล 1     รุ่นเสริมทรัพย์ เสริมบารมี 9     รุ่นมหาเศรษฐี ศรีวิชัย 3     รุ่นเพชรสมุย 1     รุ่นราชาเทพ 13     องค์พ่อจตุคามรามเทพ 25     รุ่น รวย(ล่ำซำ) 4     ที่ระลึก 1     รุ่น มงคล บารมี ศรีมหาราช 1     รุ่น5รอบ 5พิธี เสาร์5 เดือน5 3     รุ่นปีมหามงคล2549-2550 เงินไหลมา 1     รุ่นพุทธธรรมบันลือ 15     รุ่นสุวรรณภูมินครศรี 50 2     รุ่น รวย 1     รุ่นศิริมงคล 2549 1     รุ่นทวดโคตรเศรษฐี 7     รุ่นศรีธรรมโศกราช 95 ปี ลานสกา 2550 1     รุ่น สุดยอดบารมี 10     วัดคีรีวง อ.ลานสกา 5     รุ่น700ปี ศรีวิชัย 1     รุ่นโคตรเศรษฐีมีกำไร 17     รุ่นบูรณะประตูคลัง50 1     รุ่นมหาเศรษฐี บารมีคุ้มภัย 15     รุ่นอุดมโภคทรัพย์ 1     รุ่นมีทรัพย์มาก 4     รายละเอียด 1     ไม่รู้ที่ ไม่รู้รุ่น 1
สร้อย ประคำ แหวน หยก 5 กาต้มน้ำชา 1


พระพิฆเนศวร ฐาน2x9.5 นิ้ว สูง

พระพิฆเนศวร ฐาน2x9.5 นิ้ว สูง

fjrigjwwe9r1ShopProduct:ShopProduct_FullDetail

 ผู้เป็นเทพแห่งความสำเร็จ และเป็นเทพแห่งการขจัดอุปสรรคทั้งมวล ทรงเป็นเทพที่มีความสำคัญ ได้รับการเคารพบูชาอย่างแพร่หลาย ในหมู่คนทุกเชื้อชาติ ศาสนา ทุกสาขาอาชีพ ทั้ง ในพิธีทางศาสนาพุทธ และ ศาสนาพราหมณ์ ทั้งชนชั้นปกครอง พ่อค้า ข้าราชการ นักแสดง หรือแม้แต่ในดินแดนล้านนา ก็ยังมีการประดิษฐานรูปบูชาขององค์พระพิฆเนศวร์ ไว้หน้าประตูทางเข้าวัดวาอาราม ปะรำพิธีต่าง ๆ โดยนัยยะแห่งการประสิทธิ์ประสาทความสำเร็จ ขจัดซึ่งอุปสรรคขัดข้องในการประกอบกิจการงาน และ พิธีกรรมทางศาสนา ด้วยเคารพในปัญญาความเฉลียวฉลาด ความกล้าหาญ ความกตัญญู ความสามารถ ฤทธานุภาพของพระองค์ และความสามารถทางศิลปวิทยาการ ไปจนถึงความอ่อนน้อมถ่อมตัว และเมตตาธรรม กุศโลบายในการกำราบศัตรูแล้ว ก็ทรงอภัยและให้โอกาศในการกลับตัว และตั้งให้เป็นเทพบริวารของท่าน ไม่ใช้วิธีการกำจัดหรือฆ่าล้างผลาญศัตรูให้ถึงแก่ชีวิต คุณธรรมในตัวของท่านที่แสดงออกเหล่านี้ จึงได้ทำให้พระคเนศวร์ได้รับการเคารพนับถืออย่างกว้างขวาง ในอินเดีย จีน และหลายประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แม้แต่องค์พระศิวะมหาเทพผู้สร้างและพระบิดาแห่งองค์พระพิฆเนศวรยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะกระทำการสิ่งใดหรือทำพิธีบูชาใด ให้ทำการบูชาพระพิฆเนศวร ก่อนกระทำการทั้งปวง “ผู้ใด ต้องการความสำเร็จ ให้บูชาพระพิฆเนศวร” “ผู้ใด ต้องการพ้นจากความขัดข้องทั้งปวง ให้บูชาพระพิฆเนศ”

 
พระพิฆเนศในฐานะผู้ลิขิตมหากาพย์มหาภารตยุทธ มีตำนานที่กล่าวถึงสติปัญญาและไหวพริบของพระคเณศวร์ไว้หลายตอน เช่นเมื่อครั้งหนึ่ง มหาฤาษีวยาสะมีความต้องการที่จะเขียนมหากาพย์ภารตะ แต่เกรงว่าตนจะทำเองไม่สำเร็จ จึงไหว้วานให้ผู้อื่นช่วย แต่ไม่มีใครกล้าอาสาที่จะรับงานชิ้นนี้ ฤาษีนารอดเห็นว่าพระคเณศวร์องค์เดียวเท่านั้นที่จะเขียนมหากาพย์ชิ้นนี้ได้ ในที่สุดฤาษีวยาสะจึงต้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระคเณศวร์ พระคเณศวร์บอกว่า จะเขียนตามที่ฤาษีบอก แต่ทันทีที่ฤาษีหยุดบอกจะหยุดเขียนทันที ฝ่ายฤาษีบอกว่า สิ่งที่พูดออกไปจากปากของเรา ท่านต้องตีความให้ถ่องแท้ก่อนที่จะลงมือเขียน ฉะนั้นเมื่อฤาษีต้องการใช้ความคิดสำหรับโศลกต่อไปก็จะบอกศัพท์ยาก ๆ เพื่อให้พระคเณศวร์ตีความเสียก่อนเพื่อเป็นการประวิงเวลา พระคเณศจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดอัจฉริยะในฐานะที่เป็นผู้ลิขิต มหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งถือว่าเป็นคัมภีร์มหากาพย์สุดยอดของฮินดู อย่างไรก็ตาม เรื่องมหากาพย์มหาภารตยุทธ์นี้ แน่นอน คงไม่มีใครเชื่อว่ามาจากฝีมือพระคเณศแน่ แต่นั่นเป็นภูมิปัญญาของปราชญ์โบราณที่ต้องการจะบอกกับคนในยุคสมัยต่อไปว่า การบูชาครูเพื่อขอดวงปัญญาในการทำงานให้ลุล่วงนั้น เป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรก
 
พาหนะของพระพิฆเนศ หนูกับช้างเป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาและปรองดอง ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจ และความมีชัยของฝ่ายที่อยู่เหนือกว่า ในทางมนุษยวิทยาแล้ว มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่าหนูกับช้างเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าสองกลุ่ม เผ่าที่มีชัยเหนือกว่าอาจจะเป็นชนกลุ่มที่นับถือช้างอยู่แต่เดิม จึงได้สร้างและยึดเอาประเพณีการนับถือช้างเป็นเทพเจ้า มาเป็นตัวแทนกลุ่ม หรืออีกอย่างที่เป็นไปได้คือ คนสมัยดั้งเดิมนั้นประกอบอาชีพทางด้านกสิกรรม และแน่นอน หนูย่อมเป็นศัตรูอันร้ายกาจของไร่นา ภาพที่แสดงออกในรูปของช้างและงูที่เป็นสังวาลนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้ทำลายหนูอันเป็นศัตรูสำคัญของผลิตผลทางการเกษตรอย่างชัดเจน ทั้งการนำหนูมาเป็นบริวารนั้น เนื่องจากหนูขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หนูได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีความฉลาดและกัดทุกอย่างให้ขาดได้ ดังนั้นจึงเป็นความเหมาะสมสำหรับการเป็นพาหนะของเทพเจ้าแห่งปัญญา อันมีคุณสมบัติในการขจัดซึ่งอุปสรรค
 
วันคเณศจตุรถี การบูชาพระคเณศเรียกว่า “พิธีคเณศจตุรถี” มีความหมายว่า “พิธีอุทิศต่อพระคเณศ” จะกระทำวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ภัทรบท หรือเดือน ๑๐ ในวันที่ประกอบพิธีคเณศจตุรถีนั้น ประชาชนทั้งหลายจะพากันมาทำสักการะบูชา รูปเคารพของพระคเณศที่ปั้นด้วยดิน (เผา ) เครื่องบูชาจะประกอบไปด้วยดอกไม้ (โดยเฉพาะดอกไม้สีสดใส เช่น สีแดง, สีเหลือง, สีแสด) ขนมต้ม, มะพร้าวอ่อน, กล้วย, อ้อย, นมเปรี้ยว,(แบบแขก) ขณะทำการบูชา ผู้บูชาจะท่องพระนาม ๑๐๘ ของพระองค์ หลังจากการบูชาแล้วก็จะเชิญพวกพราหมณ์ ผู้ประกอบพิธีมาเลี้ยงดูกันให้อิ่มหนำสำราญ
 
พระพิฆเนศทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรู้และปัญญายิ่งใหญ่ แต่ละส่วนของท่านให้ความหมายในเชิงปรัชญาได้ดังนี้ ๑.พระเศียร - ทรงใช้เศียรอันใหญ่ที่เต็มด้วยปัญญาความรู้ เป็นที่รวมแห่งปัญญาทั้งหมด ๒.พระกรรณ - ทรงใช้รับฟังคำสวดจากพระคัมภีร์และความรู้ในรูปอย่างอื่น ๆอันเป็นสิ่งแรกแห่งการศึกษา
๓. งวง - เราได้นำเอาความรู้ต่าง ๆที่ได้รับจากการเลือกเฟ้นระหว่างทวิลักษณะ ความผิด-ถูก ความดี-ความชั่ว อันมีงวงช้างที่ยาวและใหญ่ใช้ชั่งน้ำหนักต่อการกระทำหรือการค้นหาสิ่งที่ดีงามต่างๆ อันปัญญานั้นเกิดขึ้นเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาของชีวิตให้หลุดพ้นจากอุปสรรค และพบกับความสำเร็จสมดั่งความมุ่งหมาย
๔.งา - งาข้างเดียวโดยอีกข้างหักนั้น เพื่อแสดงให้รู้ว่าจะต้องอยู่ในเหตุระหว่างความดี-ความชั่ว ซึ่งต้องทำความเข้าใจให้ดีถึงความแตกต่างกัน ดั่งเช่น ความเย็น-ความร้อน การเคารพ-การดูหมิ่นเหยียดหยาม ความซื่อสัตย์-ความคดโกง
๕.หนู - แสดงถึงความปรารถนาของมนุษย์บ่วงบาศ - ทรงถือโดยทรงลากจูงคนทั้งหลายให้เดินตามรอยพระบาทของพระองค์
๖.ขวาน - เป็นอาวุธทรงใช้ปกป้องความชั่วร้ายและคอยขับไล่อุปสรรคทั้งหลายที่มาก่อกวนต่อบริวารของพระองค์
๗.ขนมโมทกะ - ข้าวสุกผสมน้ำตาลปั้นเป็นลูก เพื่อประทานให้เราเป็นรางวัลต่อการที่เราปฏิบัติตามรอยพระบาทของพระองค์
๘.ท่าประทานพร - หมายถึงความยิ่งใหญ่แห่งความผาสุกและความสำเร็จให้กับสาวกของพระองค์
 
คาถาบูชาพระพิฆเนศ สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ ผู้ที่จะสวดมนต์บูชาพระคเณศวร์ควรจะต้องทำปรันยัน(อาบน้ำชำระร่างกายหรือล้างมือล้างเท้า) ก่อนที่จะเริ่มสวดมนต์ โดยจะต้องทำปรันยันสามหนหรือมากกว่าก่อนที่จะสวด ต้องสวดมนต์อย่างน้อยให้ได้หนึ่งรอบของลูกประคำ (108ครั้ง) และจะต้องกำหนดชั่วโมงและสถานที่เพื่อการท่องสวดมนตร์ที่จะต้องทำติดต่อกันเป็นประจำ โดยต้องตั้งจิตให้แน่วแน่ประกอบสมาธิ อันจะนำมาซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจอันเร้นลับ ข้อเตือนก็คือ ผู้บูชาจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บไข้ ในเวลาสวดมนตร์และจะไม่กระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
๑.โอมฺ คัม คณะปัตเย นะมะหะ : มนตร์นี้ได้มาจากพระคัมภีร์ คเณศ อุปนิษัท ทุกๆครั้งจะต้องเริ่มต้นการสวดมนตร์นี้ก่อนออกเดินทาง หรือในการเริ่มต้นบทเรียนใหม่ หรือก่อนเริ่มต้นการทำสัญญาธุรกิจใหม่ ก็เพื่อขจัดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ต่อไปจะนำมาซึ่งความสำเร็จสมประสงค์
๒.โอมฺ นโม ภัควเต คชานนายะ นะมะหะ : มนตร์นี้เป็นมนตร์แห่งการกราบไหว้บูชาที่พระคเณศวรทรงโปรดมาก
๓.โอมฺ ศรี คเณศายะ นะมะหะ : มนตร์นี้ส่วนมากจะต้องสั่งสอนให้เด็กๆท่องสวดเพื่ปัญญา ความเฉลียวฉลาดที่จะได้รับ เพิ่มพลังการจดจำและ ให้ผลสำเร็จในการสอบ การเล่าเรียน เช่นเดียวกันคนทั่ว ๆไปอาจใช้มนต์นี้ได้ เพื่อความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจ
๔.โอมฺ วักรตุนทายะ ฮัม : เป็นมนตร์ที่มีอำนาจมากตามที่พรรณนาไว้ใน พระคเณศ ปุราณะ เมื่อใดเกิดเหตุขัดข้อง ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แล้ว หรือเกิดเหตุร้ายขึ้น ควรทำสมาธิรำลึกถึงพระคเณศด้วยการสวดมนตร์นี้ตลอดเวลา
๕.โอมฺ กษิปหะ ปรัสทายะ นะมะหะ : คำว่ากษิประ หมายความถึงความรวดเร็ว ถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดบางสิ่งบางอย่างกับตัวท่าน หรือบางอย่างเกี่ยวกับธุรกิจการงานที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรแล้ว ควรจะตั้งจิตมั่นบูชาพระคเณศด้วยการสวดมนตร์นี้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้รับพรให้หลุดพ้นจากเรื่องร้ายหรือภัยที่ร้ายแรงได้
๖.โฮมฺ ศรีม ฮรีม กลีม คลัม คัม คณะปัตเย วร วรัท สรวะ ชันมัย วศัมนายะ สวาหา : ในมนตร์บทนี้มีพืชมนตร์อยู่มากมาย (พืช-เมล็ด) อันความหมายอย่างอื่นคือ "แสดงถึงการให้พรแห่งความสุขสำหรับตัวท่าน ข้าพเจ้าขอทูลถวายตัวเองเป็นทาสรับใช้พระคเณศวร"
๗.โอมฺ สุมุขายะ นะมะหะ : มนตร์บทนี้หมายความว่า ท่านจะต้องมีจิตใจที่งาม มีวิญญาณอันบริสุทธิ์ ในความเป็นจริงในทุก ๆสิ่ง ด้วยการบูชาด้วยมนตร์นี้ ขอให้บังเกิดสิ่งที่ดีงามและของสวยงามมาสู่ยังตัวท่าน พร้อมด้วยความสุขสันติซึ่งมั่นคงติดแน่นในดวงตาของท่านไปนานแสนนาน และคำพูดทุกถ้อยคำซึ่งท่านได้พูดออกมา ขอให้เต็มไปด้วยพลังแห่งความรัก และเมตตา
๘.โอมฺ เอกทันตายะ นะมะหะเอกทันตะ : หมายถึงพระผู้ทรงมีงาเพียงข้างเดียวแห่งเศียรเป็นช้าง ซึ่งหมายความว่า พระองค์ทรงแบ่งแยกความดีและความชั่วออกเป็นสองฝ่ายและนำท่านไปสู่ความดี และเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ตลอดกาล ใครก็ตามที่มีจิตใจเป็นหนึ่งแน่วแน่ต่อการกราบไหว้บูชาแล้ว จะได้ผลบุญตามที่ตนเองที่ปรารถนาอยากได้
๙.โอมฺ กปิลายะ นะมะหะกปิล : หมายถึงว่าท่านสามารถที่จะแต่งเติมแต้มสีสันแห่งอายุรเวท ท่านสามารถสร้างสีสันรอบๆตัวท่านเอง และรอบผู้อื่นได้ด้วยมนตร์นี้ จงอาบน้ำชำระสิ่งทั้งหลาย และตบแต่งมันให้สวยงาม และเยียวยาให้ดีขึ้นได้ เพราะว่ามีอำนาจในมนตร์นี้ เมื่อใดที่ท่านต้องการ โดยเฉพาะอย่างในการรักษาผู้อื่นจะเป็นผลได้ในทันที
๑๐.โอมฺ สัมโพธรายะ นะมะหะ : หมายความว่าโลกทั้งหมดอยู่ในพระองค์ด้วยคำว่า "โอม"
๑๑.โอมฺ วิกตายะ นะมะหะ : หมายความว่าในความเป็นจริงของโลกใบนี้เหมือนความฝันหรือเป็นการเล่นละครเท่านั้น เมื่อมีความเข้าใจดีทุกอย่างว่า โลกทั้งหมดนี้ดูเหมือนความฝันโดยมีพวกเราทั้งหมดเป็นตัวแสดง โดยที่เราแสดงบทเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ ในความฝันนี้เราอาจถูกงูเห่ากัดตาย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาไม่เป็นอะไรเลย ชีวิตคือการแสดง ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราพิจารณาเหมือนหนึ่งการเล่นละคร มนตร์นี้จะทำให้ผู้สวดเข้าใจดีถึงเรื่องราวทั้งหมด
๑๒.โอมฺ วิฆณะ นัษนายะ นะมะหะ : ในความเป็นจริงของทั้งหมด พระเจ้าทรงขจัดสิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากชีวิตเรา ด้วยความรู้แห่งมนตร์นี้อุปสรรคทั้งหมด และพลังอำนาจแห่งเครื่องกีดขวางทางทั้งหลาย ก็จะถูกทำลายลงไปได้

 เปรียบเทียบ


 ความคิดเห็น